บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจวิธีการเริ่มต้นและสร้างธุรกิจขนาดเล็ก (SME) ให้ประสบความสำเร็จ ซึ่งเป็นเส้นทางที่หลายคนใฝ่ฝันแต่ก็เต็มไปด้วยความท้าทาย เราจะมาดูกันว่าการจะก้าวเข้ามาในโลกธุรกิจนี้ต้องเตรียมตัวอย่างไร มีขั้นตอนอะไรบ้าง และจะทำอย่างไรให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างยั่งยืน
ก่อนอื่นเลย สิ่งสำคัญคือเราต้องเข้าใจว่า SME คืออะไร และเหมาะกับคุณหรือไม่ ธุรกิจขนาดเล็กนั้นมีข้อดีหลายอย่าง เช่น ความยืดหยุ่นในการปรับตัว ความใกล้ชิดกับลูกค้า และโอกาสในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ได้อย่างเต็มที่ แต่ก็มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ต้องดูแลเองเกือบทุกส่วนเหมือนกัน
SME คืออะไร?
SME ย่อมาจาก Small and Medium-sized Enterprises หรือ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ซึ่งในประเทศไทยมีคำจำกัดความที่ชัดเจนจากภาครัฐ ทั้งเรื่องของรายได้และจำนวนพนักงาน ธุรกิจเหล่านี้เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ตั้งแต่งานฝีมือท้องถิ่นไปจนถึงสตาร์ทอัพเทคโนโลยี
ทำไมถึงอยากทำ SME?
ลองถามตัวเองดูว่าอะไรคือแรงจูงใจที่แท้จริงของคุณ? ต้องการเป็นนายตัวเอง? อยากสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ขาดหายไป? หรืออยากมีอิสระทางการเงิน? การเข้าใจแรงจูงใจนี้จะช่วยให้คุณมีหลักยึดเวลาเจออุปสรรค และเป็นเชื้อเพลิงผลักดันให้คุณเดินหน้าต่อไป
คุณมีคุณสมบัติเหมาะสมหรือไม่?
การเป็นเจ้าของ SME ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องมีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น ความมุ่งมั่น ความอดทน ความสามารถในการแก้ปัญหา และที่สำคัญคือความกล้าที่จะเผชิญหน้ากับความเสี่ยง ลองประเมินตัวเองดูว่าคุณมีสิ่งเหล่านี้ครบถ้วนหรือยัง หากไม่ครบ ก็ยังพอมีเวลาพัฒนาตัวเองได้
ในบทความเกี่ยวกับ ส สว SME นี้ เราสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับการสนับสนุนและพัฒนาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในประเทศไทยได้อย่างละเอียด นอกจากนี้ยังมีข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับการจัดงานมหกรรมอุตสาหกรรมบิ๊ค ซึ่งสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ ที่นี่ เพื่อให้เข้าใจถึงแนวทางการพัฒนาธุรกิจในยุคปัจจุบันมากยิ่งขึ้น
วางแผนธุรกิจ: แผนที่นำทางสู่ความสำเร็จ
การวางแผนธุรกิจที่ดีเปรียบเสมือนแผนที่ที่ช่วยให้คุณไม่หลงทาง การมีแผนชัดเจนจะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวม กำหนดทิศทาง และเตรียมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ได้ดีขึ้น
ค้นหาไอเดียและโอกาส
ขั้นตอนแรกคือการค้นหาว่าคุณจะทำอะไร ลองคิดถึงสิ่งที่คุณหลงใหล มีความรู้ความสามารถ หรือเห็นช่องว่างในตลาดที่ยังไม่มีใครเข้ามาเติมเต็ม
สำรวจปัญหา: มีปัญหาอะไรในชีวิตประจำวันของผู้คนที่คุณสามารถแก้ไขได้บ้าง?
ใช้ความถนัด: คุณเก่งเรื่องอะไรเป็นพิเศษ? อาจจะเป็นการทำอาหาร การออกแบบ หรืองานบริการ
มองหาเทรนด์: อะไรกำลังเป็นที่นิยม? อะไรเป็นที่ต้องการของตลาด? แต่มันเป็นที่ต้องการจริงๆ หรือแค่กระแสชั่วคราว?
การวิเคราะห์ตลาดและกลุ่มเป้าหมาย
เมื่อได้ไอเดียแล้ว สิ่งสำคัญคือการวิเคราะห์ตลาด เพื่อให้แน่ใจว่าไอเดียของคุณมีศักยภาพและมีลูกค้าที่แท้จริง
ใครคือลูกค้าของคุณ? ระบุลักษณะประชากร พฤติกรรม ความต้องการ และปัญหาของพวกเขาให้ชัดเจน
ใครคือคู่แข่งของคุณ? ศึกษาคู่แข่งทั้งทางตรงและทางอ้อม เขามีจุดแข็งจุดอ่อนอะไรบ้าง คุณจะโดดเด่นกว่าพวกเขาได้อย่างไร?
ขนาดตลาด: ตลาดที่คุณจะเข้าไปนั้นใหญ่พอที่จะสร้างรายได้ให้คุณได้หรือไม่? มีอัตราการเติบโตอย่างไร?
สร้าง Business Model Canvas หรือแผนธุรกิจเบื้องต้น
สำหรับ SME การทำ Business Model Canvas (BMC) ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี คล้ายกับการทำแผนธุรกิจฉบับย่อที่กระชับและเข้าใจง่าย ช่วยให้คุณเห็นภาพรวมของธุรกิจในหนึ่งหน้ากระดาษ
กลุ่มลูกค้า (Customer Segments): ใครคือลูกค้าที่เราต้องการ?
คุณค่าที่นำเสนอ (Value Proposition): เรามอบอะไรที่แตกต่างและดีกว่าให้ลูกค้า?
ช่องทาง (Channels): เราจะส่งมอบคุณค่าให้ลูกค้าผ่านช่องทางใดบ้าง?
ความสัมพันธ์กับลูกค้า (Customer Relationships): เราจะสร้างและรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างไร?
แหล่งรายได้ (Revenue Streams): เราจะสร้างรายได้จากอะไรบ้าง?
ทรัพยากรหลัก (Key Resources): เราต้องการอะไรบ้างในการดำเนินธุรกิจ? (เช่น คน เงินทุน เทคโนโลยี)
กิจกรรมหลัก (Key Activities): เราต้องทำกิจกรรมอะไรบ้างเพื่อให้ธุรกิจดำเนินไปได้?
พันธมิตรหลัก (Key Partnerships): เราต้องเป็นพันธมิตรกับใครบ้าง?
โครงสร้างต้นทุน (Cost Structure): ธุรกิจของเรามีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
แผนธุรกิจที่ละเอียดขึ้นจะช่วยให้คุณมองเห็นภาพรวมทั้งหมดและใช้เป็นเครื่องมือในการระดมทุนได้อีกด้วย
การประมาณการเงินทุนและแหล่งที่มา
เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการเริ่มต้นธุรกิจคือ “เงินทุน” คุณจะต้องมีเงินทุนเริ่มต้นเพื่อลงทุนในสินค้า อุปกรณ์การตลาด หรือแม้แต่ค่าใช้จ่ายจิปาถะในช่วงแรกๆ
คำนวณค่าใช้จ่าย: ทำรายการค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่คุณคาดว่าจะเกิดขึ้น ทั้งค่าลงทุนตั้งต้น (เครื่องจักร, ตกแต่งร้าน) และค่าใช้จ่ายดำเนินงานรายเดือน (ค่าเช่า, เงินเดือน, วัตถุดิบ)
เงินทุนส่วนตัว: การใช้เงินเก็บของตัวเองเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุดในระยะเริ่มต้น
กู้ยืมจากสถาบันการเงิน: หากคุณต้องการเงินลงทุนจำนวนมาก อาจพิจารณาสินเชื่อสำหรับ SME จากธนาคาร แต่ต้องมีแผนธุรกิจที่ชัดเจนและหลักประกัน
แหล่งสนับสนุนอื่นๆ: ลองมองหาโครงการสนับสนุนจากภาครัฐ หรือแหล่งเงินทุนจากนักลงทุน (สำหรับธุรกิจที่มีศักยภาพสูง)
กฎหมายและขั้นตอนการเริ่มต้นที่ควรรู้
การดำเนินธุรกิจต้องยึดมั่นในกฎหมายและขั้นตอนที่ถูกต้อง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาย้อนหลัง การวางแผนเรื่องนี้ตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายได้มาก
การจดทะเบียนธุรกิจและใบอนุญาตต่างๆ
เมื่อตัดสินใจจะเริ่มแล้ว สิ่งแรกๆ ที่ต้องทำคือการจดทะเบียนธุรกิจ การเลือกรูปแบบการจดทะเบียนขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อนของธุรกิจของคุณ
จดทะเบียนพาณิชย์: เหมาะสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เช่น ร้านค้าออนไลน์ หรือร้านค้าที่มีหน้าร้านเล็กๆ ซึ่งเป็นบุคคลธรรมดา
จดทะเบียนบริษัท/ห้างหุ้นส่วน: เหมาะสำหรับธุรกิจที่มีขนาดใหญ่ขึ้น มีผู้ร่วมลงทุนหลายคน หรือต้องการความน่าเชื่อถือทางธุรกิจที่สูงขึ้น
ใบอนุญาตพิเศษ: ธุรกิจบางประเภทอาจต้องมีใบอนุญาตเฉพาะ เช่น ใบอนุญาตประกอบกิจการร้านอาหาร, ใบอนุญาตผลิตเครื่องสำอาง, ใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยว ฯลฯ ควรศึกษาให้ละเอียดว่าธุรกิจของคุณเข้าข่ายต้องมีใบอนุญาตประเภทใดบ้าง
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และภาษีเงินได้
การเสียภาษีเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการทุกคน การทำความเข้าใจเรื่องภาษีตั้งแต่แรกจะช่วยให้คุณวางแผนการเงินได้ถูกต้อง ไม่ต้องมานั่งแก้ไขในภายหลัง
ภาษีเงินได้: ธุรกิจของคุณจะต้องเสียภาษีเงินได้ตามรูปแบบการจดทะเบียน หากเป็นบุคคลธรรมดาจะเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หากเป็นนิติบุคคลจะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): หากธุรกิจของคุณมีรายได้เกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีจะต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) และเรียกเก็บ VAT จากลูกค้า 7% รวมถึงนำส่งแก่สรรพากร
ประกันสังคมและสวัสดิการพนักงาน
หากคุณมีพนักงานจะต้องปฏิบัติตามกฎหมายแรงงาน และจัดให้มีประกันสังคมสำหรับพนักงานในประเทศไทย
การขึ้นทะเบียนกองทุนเงินทดแทนและประกันสังคม: นายจ้างมีหน้าที่ต้องขึ้นทะเบียนนายจ้างและนำส่งเงินสมทบเข้ากองทุนประกันสังคมให้กับลูกจ้าง
สวัสดิการอื่นๆ: คุณอาจพิจารณาสวัสดิการอื่นๆ เพื่อดึงดูดและรักษาพนักงาน เช่น วันหยุดพิเศษ ประกันสุขภาพ หรือโบนัส
การดำเนินงานและการจัดการธุรกิจ
เมื่อทุกอย่างพร้อม ก็ถึงเวลาเริ่มลงมือทำ การจัดการการดำเนินงานให้ราบรื่นเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต
การจัดการการผลิต/บริการและคุณภาพ
สิ่งสำคัญที่สุดคือการส่งมอบผลิตภัณฑ์หรือบริการที่มีคุณภาพสม่ำเสมอให้กับลูกค้า
ควบคุมคุณภาพ: กำหนดมาตรฐานและกระบวนการควบคุมคุณภาพ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าหรือบริการของคุณมีคุณภาพตามที่ลูกค้าคาดหวัง หรือดีกว่า
ปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง: รับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าและนำมาปรับปรุงผลิตภัณฑ์หรือบริการของคุณอยู่เสมอ
บริหารจัดการสต็อก: วางแผนการจัดซื้อ จัดเก็บ และกระจายสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อลดต้นทุนและป้องกันสินค้าขาดหรือเกิน
การให้บริการลูกค้า: สร้างประสบการณ์ที่ดีในการบริการลูกค้า ตอบคำถาม แก้ปัญหา และตอบสนองความต้องการของลูกค้าอย่างรวดเร็ว
การตลาดและการขาย: สร้างการรับรู้และยอดขาย
ต่อให้สินค้าของคุณดีแค่ไหน ถ้าไม่มีใครรู้จัก ก็จะขายไม่ได้ การตลาดและการขายจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจของคุณเติบโต
สร้างแบรนดิ้ง: คุณต้องการให้แบรนด์ของคุณเป็นที่จดจำอย่างไร? มีเอกลักษณ์แบบไหน? ตั้งแต่ชื่อ โลโก้ ไปจนถึงโทนเสียงของสินค้าและบริการ
ช่องทางการตลาดออนไลน์:
โซเชียลมีเดีย: ใช้แพลตฟอร์มอย่าง Facebook, Instagram, TikTok เพื่อสร้างการรับรู้ สร้าง Engagement และโปรโมทสินค้า การเลือกแพลตฟอร์มที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้าเป็นสิ่งสำคัญ
เว็บไซต์/E-commerce: สร้างเว็บไซต์ของตัวเอง หรือใช้แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซ (เช่น Shopee, Lazada) เพื่อเป็นช่องทางในการขาย
SEO (Search Engine Optimization): ทำให้เว็บไซต์ของคุณติดอันดับในการค้นหาของ Google เพื่อดึงดูดลูกค้า
โฆษณาออนไลน์: การใช้ Google Ads หรือ Facebook Ads เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจง
ช่องทางการตลาดออฟไลน์:
ออกบูธ/งานแสดงสินค้า: เป็นโอกาสที่ดีในการพบปะลูกค้าโดยตรงและสร้างความสัมพันธ์
การประชาสัมพันธ์ (PR): สร้างความสัมพันธ์กับสื่อมวลชนเพื่อให้พวกเขาช่วยโปรโมทธุรกิจของคุณ
การสร้างเครือข่าย: สร้างความสัมพันธ์กับธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจนำไปสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
การบริหารจัดการการเงิน
การเงินเป็นหัวใจสำคัญที่ต้องบริหารจัดการอย่างรอบคอบ ไม่ว่าจะธุรกิจเล็กหรือใหญ่
จัดทำบัญชีและงบการเงิน: บันทึกรายรับรายจ่ายทั้งหมดอย่างละเอียด อัพเดทอยู่เสมอ เพื่อให้ทราบสถานะทางการเงินของธุรกิจ
บริหารกระแสเงินสด: ตรวจสอบให้แน่ใจว่าคุณมีเงินสดหมุนเวียนเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายต่างๆ
วิเคราะห์ผลประกอบการ: ประเมินว่าธุรกิจของคุณมีกำไรหรือขาดทุนอย่างไร และมีแนวโน้มเป็นอย่างไรในอนาคต ควรมีการจัดทำงบกำไรขาดทุนและงบดุล
วางแผนภาษี: ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเพื่อวางแผนภาษีให้ถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
ในยุคที่ธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว การเข้าใจกลยุทธ์การตลาดและการบริหารจัดการที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญมาก สำหรับผู้ที่สนใจในแนวทางการพัฒนาธุรกิจ สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ บทความเกี่ยวกับการพัฒนาธุรกิจ SME ที่จะช่วยให้คุณมีแนวทางในการปรับปรุงและขยายธุรกิจของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น.
การพัฒนาและปรับตัวเพื่อความยั่งยืน
ปี
จำนวน SME ทั้งหมด
รายได้รวมของ SME (ล้านบาท)
จำนวนงานที่สร้างขึ้น
2560
5,000,000
500,000
1,000,000
2561
5,500,000
550,000
1,100,000
2562
6,000,000
600,000
1,200,000
โลกธุรกิจมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การไม่หยุดเรียนรู้และปรับตัวเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้ SME ของคุณอยู่รอดและเติบโต
การเรียนรู้และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
ในฐานะเจ้าของธุรกิจ คุณต้องเป็นทั้งผู้บริหาร พนักงานขาย พนักงานบัญชี และหลายๆ ตำแหน่ง การเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอจึงเป็นสิ่งจำเป็น
อ่านหนังสือ/บทความ: ติดตามข่าวสารและเทรนด์ธุรกิจใหม่ๆ
เข้าร่วมสัมมนา/เวิร์คช็อป: พัฒนาทักษะที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของคุณ
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ: เมื่อติดปัญหาหรือไม่มั่นใจ ควรปรึกษาผู้รู้ในสาขาต่างๆ เช่น นักบัญชี, ทนายความ, ที่ปรึกษาธุรกิจ
การฟังเสียงลูกค้าและความคิดเห็น
VIDEO
ลูกค้าคือหัวใจของธุรกิจ การรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าและนำมาปรับปรุงแก้ไขเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
ช่องทางการรับฟัง: เปิดช่องทางให้ลูกค้าแสดงความคิดเห็น เช่น แบบสอบถามออนไลน์, กล่องแสดงความคิดเห็น, การสัมภาษณ์
นำไปปรับปรุง: นำข้อเสนอแนะของลูกค้ามาวิเคราะห์และพิจารณาว่าจะสามารถนำไปปรับปรุงผลิตภัณฑ์หรือบริการได้อย่างไรบ้าง
การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ
การมีพันธมิตรที่ดีสามารถช่วยส่งเสริมธุรกิจของคุณได้ในหลายๆ ด้าน
ร่วมมือกับธุรกิจอื่น: อาจเป็นการร่วมโปรโมทสินค้า บริการ หรือการจัดกิจกรรมร่วมกันเพื่อขยายฐานลูกค้า
หาผู้สนับสนุน/Mentor: มีผู้ที่มีประสบการณ์ให้คำแนะนำและช่วยเหลือเมื่อคุณต้องการ
ขยายธุรกิจและสร้างความแข็งแกร่ง
เมื่อธุรกิจเริ่มอยู่ตัว คุณอาจจะมองหาโอกาสในการขยายกิจการ
เพิ่มผลิตภัณฑ์/บริการใหม่: ตอบสนองความต้องการของลูกค้าในสินค้าหรือบริการที่เกี่ยวเนื่อง
ขยายช่องทางการขาย: เปิดร้านสาขา, ขยายเข้าสู่แพลตฟอร์มออนไลน์ที่มากขึ้น, หรือส่งออกต่างประเทศ
สร้างทีมที่แข็งแกร่ง: เมื่อธุรกิจเติบโต การสร้างทีมที่มีความสามารถและบริหารจัดการทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพจะช่วยให้ธุรกิจไปได้อย่างราบรื่น
การเริ่มต้นและสร้างธุรกิจ SME ให้ประสบความสำเร็จนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หากคุณมีความตั้งใจ วางแผนอย่างรอบคอบ ลงมือทำอย่างสม่ำเสมอ และพร้อมที่จะเรียนรู้และปรับตัว ก็ย่อมมีโอกาสที่คุณจะเห็นธุรกิจเล็กๆ ของคุณเติบโตอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืนได้
ทุกขั้นตอนที่กล่าวมานี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น คุณอาจจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่แตกต่างออกไป แต่หลักการสำคัญคือ การไม่หยุดนิ่ง การเรียนรู้จากความผิดพลาด และความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาธุรกิจของคุณให้ดียิ่งขึ้นไป ขอให้คุณโชคดีกับการสร้างสรรค์ SME ของตัวเอง!
FAQs
1. ส สว sme คืออะไร?
ส สว sme คือโครงการที่สนับสนุนธุรกิจขนาดเล็กและกลาง (SMEs) ในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการเติบโตและพัฒนาของธุรกิจ SMEs ให้มีความยั่งยืนและเติบโตได้อย่างยั่งยืน
2. ส สว sme มีวัตถุประสงค์อะไรบ้าง?
ส สว sme มีวัตถุประสงค์หลัก ๆ คือ 1) ส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจ SMEs ให้มีความยั่งยืน 2) สนับสนุนการพัฒนาธุรกิจ SMEs ให้มีความเป็นอยู่อย่างยั่งยืน 3) ส่งเสริมนวัตกรรมและการเรียนรู้ในธุรกิจ SMEs
3. ส สว sme มีโครงสร้างการสนับสนุนอย่างไร?
ส สว sme มีโครงสร้างการสนับสนุนที่ประกอบด้วยการให้ทุนการลงทุน การให้สินเชื่อ การให้คำปรึกษาทางธุรกิจ และการสนับสนุนการพัฒนาทักษะและความรู้ในธุรกิจ
4. ธุรกิจ SMEs ที่สามารถขอรับการสนับสนุนจากส สว sme ได้มีเงื่อนไขอะไรบ้าง?
ธุรกิจ SMEs ที่สามารถขอรับการสนับสนุนจากส สว sme จำเป็นต้องมีการดำเนินธุรกิจอย่างมีความยั่งยืน มีแผนธุรกิจที่ชัดเจน และมีความพร้อมทางการเงินและการบริหารจัดการ
5. วิธีการขอรับการสนับสนุนจากส สว sme คืออะไร?
ธุรกิจ SMEs สามารถขอรับการสนับสนุนจากส สว sme โดยการติดต่อสอบถามข้อมูลและเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการขอรับการสนับสนุนได้ที่สำนักงานส สว sme หรือผ่านเว็บไซต์ของส สว sme